วันเสาร์ที่ 17 เมษายน พ.ศ. 2553

วารีบำบัด อานุภาพแห่งสายน้ำ

วารีบำบัด มีประวัติความเป็นมายาวนาน ในสมัยฮิโปเครติสมีหลักฐานเก่าๆว่า ชาวโรมันใช้น้ำในการรักษาโรคต่างๆ
วารีบำบัด เป็นการนำเอาคุณสมบัติของน้ำ มาใช้เพื่อรักษาอาการเจ็บป่วย วารีบำบัดมีรากฐานมาจากความเชื่อที่ว่า น้ำเป็นส่วนประกอบสำคัญของร่างกายคนเรา และยังมีอยู่ในอาหารส่วนใหญ่ น้ำไม่ว่าจะอยู่ในรูปเป็นของเหลว น้ำแข็ง หรือไอน้ำ สามารถนำมาใช้เพื่อช่วยผ่อนคลาย กระตุ้นการไหลเวียนของเลือด กำจัดของเสียออกจากร่างกาย ลดอาการปวดเกร็ง

แช่น้ำอุ่นให้ตัวเองรู้สึกสบายขึ้น เพื่อผ่อนคลายความตึงเครียดและความเมื่อยล้าของแขนขา หรือใช้น้ำเย็นรดตัวเพื่อปลุกให้ตัวเองรู้สึกกระปรี้กระเปร่าขึ้น เคยสังเกตหรือไม่ว่าบางคนหวังอาบน้ำอุ่นให้รู้สึกสดชื่น กระปรี้กระเปร่าแต่กลับหลับอย่างสนิท เป็นเพราะว่าความร้อนและความเย็นนี้มีผลต่อร่างกาย



ร่างกายมีการควบคุมอุณหภูมิโดยผ่านกลไกของระบบประสาทอัตโนมัติรับรู้ความรู้สึกร้อน หนาว

ความเย็น มีผลต่อร่างกายในเชิงกระตุ้นเร้า มีผลสืบเนื่องทำให้เกิดความแจ่มใส เสริมสร้างร่างกายและทำให้กระปรี้กระเปร่า

ความร้อน มีผลในเชิงกระตุ้นเร้าเช่นกัน แต่มีผลสืบเนื่องทำให้ง่วงเหงาเศร้าซึมและอ่อนล้า

วันจันทร์ที่ 5 เมษายน พ.ศ. 2553

กระเทียม

เป็นเครื่องเทศประจำครัวไทย ที่มีสรรพคุณดีมากมาย เช่น เป็นยาขับลมในลำไส้ แก้ไอ ขับเสมหะ และช่วยย่อยอาหาร

นอกจากนั้นในกระเทียม มีสารอัลลิซิน (allicin) ที่ช่วยลดคอเลสเทอรอลในเลือดได้ การกินกระเทียมสดวันละ 1-3 กลีบต่อวัน จะป้องกันโรคหัวใจ ป้องกันเลือดจับตัวเป็นลิ่มที่จะก่อให้เกิดการอุดตันของหลอดเลือด และหัวใจขาดเลือดได้

วันศุกร์ที่ 2 เมษายน พ.ศ. 2553


ชา


ช่วยชะลอความแก่ ทำให้อายุยืนยาว โดยเฉพาะชาเขียว นอกจากป้องกันโรคหลอดเลือดหัวใจ เพราะช่วยลดคอเลสเทอรอล ยังช่วยต้านมะเร็ง และรักษาอนามัยในช่องปากได้อย่างดีด้วย

วันอังคารที่ 30 มีนาคม พ.ศ. 2553



พบว่าเลคตินในกล้วยหอมมีอำนาจรุนแรงไม่แพ้ยาต้านไวรัสโรคเอดส์ 2 ขนานที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน ซึ่งอาจไปใช้ทำยาเคลือบช่องคลอดราคาถูกได้

มหาวิทยาลัยมิชิแกนของสหรัฐฯ ได้ค้นพบว่ากล้วยหอมมีสารเคมีที่อาจใช้เป็นตัวยาต้านไวรัสตัวใหม่ ป้องกันการติดเชื้อโรคเอดส์ได้

นักวิทยาศาสตร์โรงเรียนแพทย์ของมหาวิทยาลัยได้สนใจในสารเลคติน ที่ชื่อว่า "บันเลค" สารเคมีที่มีอยู่ในพืช ในอำนาจหยุดยั้งปฏิกิริยาที่อาจก่อให้เกิดการติดเชื้อประเภทต่างๆได้ โดยพบว่าเลคตินในกล้วยหอมมีอำนาจรุนแรงไม่แพ้ยาต้านไวรัสโรคเอดส์ 2 ขนานที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน ซึ่งอาจไปใช้ทำยาเคลือบช่องคลอดราคาถูกได้

วันเสาร์ที่ 27 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2553

มีพรมแดนติดกับประเทศลัตเวียทางทิศใต้และประเทศรัสเซียทางตะวันออก

มีประเทศเพื่อนบ้านทางทิศเหนือคือประเทศฟินแลนด์

โดยมีอ่าวฟินแลนด์คั่นกลาง และประเทศสวีเดนทางตะวันตก คั่นกลางโดยทะเลบอลติกเป็นสาธารณรัฐในยุโรปเหนือ




เอสโตเนีย ลัตเวีย และลิทัวเนีย

งดงามสถาปัตยกรรม 3,000 ปี เมืองใหญ่ที่เก่าแก่ที่สุดในยุโรปกลางและยุโรปตะวันออก กลุ่มประเทศทะเลบอลติก ที่เต็มไปด้วยประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า 3,000 ปี เอสโตเนีย ลัตเวีย และลิทัวเนีย 3 สาธารณรัฐที่แยกตัวออกมาเป็นประเทศใหม่ ครั้งแรกหลังจากที่สหภาพโซเวียตล่มสลาย

ศิลปะและสถาปัตยกรรมอันงดงาม อลังการ มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว รวมถึงกรุงทาลลินน์ เมืองมรดกโลกและเมืองหลวงของเอสโตเนีย เมืองอันสวยงามด้วยสถาปัตยกรรมแบบอาร์ตนูโวและโกธิก



เยือน เมืองวิลนิอุส เมืองหลวงของลิทัวเนีย

ซึ่งเป็นเมืองใหญ่ที่เก่าแก่ที่สุดในยุโรปกลางและตะวันออก

ที่เต็มไปด้วยโบสถ์สวยงาม โบสถ์วิหารในสไตล์บาโรกและโกธิกมากที่สุด





จากเฮลซิงกิ เมืองหลวงของฟินแลนด์ นั่งเรือเฟอร์รี่

ข้ามทะเลบอลติก มุ่งหน้าสู่ เมืองทาลลินน์ (Tallinn)

เมืองหลวงของประเทศเอสโตเนีย ประเทศเล็กๆ แห่งหนึ่งริมทะเลบอลติก หรือทะเลเหนือ ซึ่งมีประวัติศาสตร์อันยาวนาน

วันจันทร์ที่ 15 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2553


ใน สมัยโบราณที่ประเทศจีนมีตัวประหลาดเรียกว่า "ซาน เซียว" รูปร่างคล้ายคนแคระแต่วิ่ง เร็วมาก ทุกปีเวลาใกล้ปีใหม่ตัวซานเซียวจะมาโขมยของกินในหมู่บ้าน ชาวบ้านจะวิ่งขับไล่แต่ไม่ทัน หรือถ้าทันจับตัวซานเซียวได้ ผู้ที่จับต้องตัววานเซียวก็จะเจ็บป่วยทำให้คนไม่กล้าสู้กับตัวซาน เซียว วันหนึ่งชาวบ้านออกไปตัดไม้ไผ่ และหุงข้าวโดยเอาปล้องไม้ไผ่เป็นฟืนระหว่างที่กำลังหุง ข้าวอยู่นั้น ตัวซานเซียวกลุ่มหนึ่งก็มาพบและตรงเข้ามาจะหยิบข้าวของกิน ชาวบ้านต่างตกตะลึง ด้วยความกลัว ทันใดนั้นปล้องไม้ไผ่ที่โดนไฟก็ประทุระเบิดเสียงดัง ตัวซานเซียวทั้งกลุ่มสะดุ้งตกใจพากันหยุดนิ่งไม่กล้าเข้ามา ชาวบ้านจึงโยนปล้องไม้ไผ่เข้าที่กองไฟอีก เกิดเสียงปล้อง ไม้ไผ่แตกดัง เป็นระยะๆ พวกซานเซียวก็พากันวิ่งหนีไปด้วยความหวาดกลัว
ตั้งแต่นั้นมาเมื่อถึงเทศกาลปีใหม่ที่พวกตัวซานเซียวจะลงมาขโมยของกิน ชาวบ้านก็จัดหาปล้องไม้ไผ่ไว้เป็นจำนวนมากและเอาใส่กองไฟเพื่อให้เกิดเสียงประทุดังขับไล่พวกซานเซียว
ต่อมาก็ได้มีการนำดินประสิวบรรจุในปล้องไม้ไผ่เล็กๆ แล้วนำไปเผาไฟเพื่อให้ระเบิดแล้วเป็น ควัน เพื่อขับไล่ตัวซานเซียวและภูตผีร้ายตลอดจนสรรพโรคภัยต่างๆ และมักจุดในช่วงเทศกาลปีใหม่

15 นาทีเพื่อชีวิตที่ดีขึ้น

การดูแลสุขภาพอาจดูเป็นเรื่องน่าเบื่อและยุ่งยาก แต่ที่จริงช่วงเวลาเล็กๆ น้อยๆ แค่ 5 -15 นาที ก็ช่วยให้ร่างกายดีขึ้นได้แบบง่ายๆ เป็นของขวัญวันต้นปีที่ดีที่สุดสำหรับตัวคุณเอง โดยแบ่งเวลาก่อนหรือหลังกิจกรรมที่คุณทำอยู่แล้วประจำวัน แล้วเพิ่มรายละเอียดที่เราแนะนำเข้าไปอีกนิด เพื่อชีวิตที่ดีขึ้นค่ะ

ดื่มน้ำ 1 นาที ตอนตื่นนอน เมื่อตื่นนอนแล้วควรดื่มน้ำ1-2 แก้ว เพื่อกระตุ้นการทำงานของอวัยวะ และระบบขับถ่าย ทำให้รู้สึกสดชื่นกระปรี้กระเปร่าขึ้น หากกลัวลืมให้วางขวดและแก้วน้ำไว้ที่หัวเตียงก่อนนอน เพื่อที่จะดื่มได้ทันทีที่ตื่นขึ้น

หัวเราะ 15 นาที ก่อนอาหารเย็น ผลัดกันเล่าเรื่องตลกกับคนในครอบครัวคนละ 1 เรื่องทุกวัน และหัวเราะเต็มเสียงให้ลมผ่านปาก ลำคอ ปอด กระเพาะ ลำไส้ใหญ่ - เล็ก จนรู้สึกว่าอวัยวะทุกส่วนเคลื่อนไหว หรือจนรู้สึกเกร็งหน้าท้อง เพื่อให้ร่างกายได้ออกซิเจนมากขึ้น ฟอกปอด ป้องกันการเวียนหัว อ่อนเพลีย แถมยังเพิ่มความผูกพันในครอบครัวให้แน่นแฟ้นขึ้นด้วย

เดินเพิ่มขึ้น 15 นาที ก่อนเริ่มงาน เปลี่ยนจากใช้ลิฟท์เป็นเดินขึ้น-ลงบันไดแทน หรือขยับไปจอดรถไกลขึ้นอีกหน่อย เพื่อให้เดินไกลขึ้น โดยเดินให้เร็วขึ้นกว่าปกติ และเพิ่มระยะทางการเดินขึ้นเรื่อยๆ ทุกวัน หากมีเวลาอาจไปเดินเล่นในสวนสาธารณะ นอกจากได้ออกกำลังกายแล้ว ยังได้รับอากาศบริสุทธิ์ด้วย วิธีนี้เหมาะสำหรับคนทำงานที่ต้องนั่งโต๊ะทั้งวันจะช่วยให้ร่างกายได้ เคลื่อนไหวและออกแรงบ้าง

กะพริบตาทุก 15 นาที เมื่ออยู่หน้าเครื่องคอมพิวเตอร์ กะพริบตาเพิ่มขึ้น 1-2 ครั้ง ทุก 15 นาที และเมื่อเลิกใช้คอมพิวเตอร์ให้กระพริบตาถี่ๆ เพื่อให้แก้วตาสะอาดและมีน้ำหล่อเลี้ยงมากขึ้น โดยเฉพาะคนที่ใส่แว่นตาหรือคอนแทคเลนส์ยิ่งจำเป็นเพราะจะช่วยให้ตาไม่แห้ง เกินไป

ล้างมือ 1 นาที ก่อนเข้าห้องน้ำ มีงานวิจัยพบว่าคนเข้าห้องน้ำโดยไม่ล้างมือมีโอกาสเป็นมะเร็งปากมดลูกมากว่าคนที่ล้างมือก่อนเข้าห้องน้ำ แม้ยังไม่ได้ข้อสรุปชัดเจน แต่การล้างมือก่อนเข้าห้องน้ำก็ช่วยให้มือคุณสะอาดจากเชื้อโรคหากต้องสัมผัส กับจุดซ่อนเร้นและไม่ก่อโรคให้ตัวเองแบบไม่ตั้งใจ ที่สำคัญออกจากห้องน้ำแล้วอย่าลืมล้างมืออีกครั้ง

หยุดกิน 5 นาที ก่อนอิ่มจริง ทุกครั้งเวลากินอาหารมื้อหลัก ให้หยุดกินก่อนอิ่มจริง 5 นาที และควรกินอาหารแค่ "เกือบอิ่ม" เท่านั้น กระเพาะอาหารจะได้ไม่ทำงานหนักเกินไป