วันพฤหัสบดีที่ 23 กรกฎาคม พ.ศ. 2552

ในชีวิตประจำวันคงไม่มีใครหลีกเลี่ยงเชื้อโรคทั้งที่มองเห็นและมองไม่เห็นได้ ยิ่งถ้าต้องใช้ชีวิตนอกบ้านเสียเป็นส่วนใหญ่ยิ่งทำให้ง่ายต่อการสัมผัสเชื้อโรคทั้งหลายเหล่านั้นได้


มีการศึกษาวิจัยพบว่า การล้างมือด้วยน้ำเปล่าและสบู่แล้วเอามือไปทาบกับอาหารเพาะเชื้อ พบว่าปริมาณเชื้อต่างกันอย่างลิบลับ นอกจากนี้ ยังมีการวิจัยเรื่องการล้างมือชี้ให้เห็นว่า การล้างมือของคนทั่วไป มักจะล้างไม่สะอาดและไม่ทั่วถึง ส่วนใหญ่มักสะอาดแค่ฝ่ามือส่วนปลายนิ้วที่เป็นส่วนที่นำเชื้อโรคได้ดีมักจะยังสกปรกอยู่ดังนั้น จะเห็นได้ตามโรงพยาบาลหลายแห่งจะมีป้ายแสดงการล้างมือที่ดีไว้ 7 ขั้นตอน เพื่อให้การล้างมือเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ



ครอบครัวควรให้ความสำคัญกับการสร้างสุขนิสัยที่ดีด้วยการล้างมือทำความสะอาดมือ ภายหลังทำกิจกรรมต่างๆโดยเน้นว่า หากยอมเสียเวลาเพียง 2 – 3 วินาที ด้วยการล้างมือที่ถูกต้อง ไม่ว่าจะทำก่อนและหลังที่ทำกิจกรรมดังต่อไปนี้

1. ทุกครั้งก่อนและหลังการใช้ห้องน้ำ / ห้องส้วม

2. ทุกครั้งก่อนหรือหลังรับประทานอาหาร

3. หลังจากการจามหรือไอ หรือไปสัมผัสสารคัดหลั่งของผู้ป่วย

4. ก่อนและหลังการเตรียมอาหาร หรือปอกผลไม้

5. หลังทำความสะอาดบ้านและบริเวณบ้าน

6. ทำความสะอาดหลังสัมผัสหรือเล่นกับสัตว์เลี้ยง

7. ภายหลังจากออกไปปฏิบัติภารกิจนอกบ้าน

8. ก่อนและหลังการทำกิจกรรมต่างๆ ที่ต้องมีการสัมผัสสิ่งของที่ใช้ร่วมกับผู้อื่น

**อย.รุดตรวจเจลล้างมือ แนะใช้สบู่ก็ฆ่าเชื้อโรคได้ ถ้าล้างมือถูกวิธี พร้อมสร้างงาน สร้างอาชีพ กลุ่มแม่บ้านโอทอป ผลิตหน้ากากอนามัยที่ได้คุณภาพ**






สิ่งที่ต้องเตรียม เราจะแยกเป็นส่วนผสมเป็น 3 ส่วน คือ ส่วน A,B,C เพื่อให้เป็นการเข้าใจง่าย


1. สารเคมีส่วน A CARBOPOL 940 0.90 กรัม

2. สารเคมีส่วน B ALCOHOL 95% 135.00 กรัม
TRICLOSAN 0.30 กรัม


3. สารเคมีส่วน C TRIETHANOLAMINE (TEA) 2.40 กรัม

4. น้ำสะอาด (แบ่งเป็น 2 ส่วน) ส่วน A 131.40 กรัม ส่วน C 30.00 กรัม

5. สีผสมอาหาร (ตามชอบ)

6. ตาชั่ง สำหรับชั่งน้ำหนักวัตถุดิบ

7. ภาชนะใส่วัตถุดิบ

8. ไม้พาย

9. ที่ดูด (dropper )




วิธีทำ






1. A เตรียมน้ำสะอาดส่วนแรก ชั่งตามสูตร เตรียมวัตถุดิบ CARBOPAL 940 ชั่งตามสูตร











2. ค่อย ๆ เท CARBOPAL 940








3. คนจน CARBOPAL กระจายตัวหมด










4. B เตรียม ALCOHOL 95% ชั่งตามสูตร TRICLOSAN ชั่งตามสูตร








5. ผสม ALCOHOL 95% และ TRICLOSAN เข้าด้วยกัน












6. คนให้เข้ากันดี








7. นำส่วน B กวนให้ละลายจนเข้ากันแล้ว เทลงส่วน A











8. C เตรียมน้ำสะอาดส่วนที่สอง (ชั่งตามสูตร) เตรียมวัตถุดิบ TRIETHANOLAMINE (TEA) ชั่งตามสูตร










9. ผสมให้เข้ากันดี










10. เทส่วน C ลงไปผสมกับส่วน A










11. คนให้เข้ากัน









12. นำสีผสมอาหารหยดลงไปตามชอบ










13. คนให้เข้ากันอีกครั้ง









14. เทใส่ในภาชนะเปิดฝาทิ้งไว้ข้ามคืนก็จะเซ็ทตัวเป็นเจล











15. ก็จะได้เจลล้างมือฆ่าเชื้อโรคค่ะ

วันพุธที่ 22 กรกฎาคม พ.ศ. 2552





ปรากฏการณ์สุริยุปราคาเต็มดวงเหนือทวีปเอเชีย 22 กรกฎาคม 2552



ในช่วงเดือนกรกฎาคม 2552 จะมีปรากฏการณ์ธรรมชาติที่น่าตื่นเต้นอย่างหนึ่งเกิดขึ้น คือปรากฏการณ์สุริยุปราคาเต็มดวง ซึ่งเป็นปรากฏการณ์ที่ดวงอาทิตย์ถูกดวงจันทร์บังมิดหมดทั้งดวง โดยกลางวันจะเปลี่ยนเป็นกลางคืนทันทีเพียงไม่กี่วินาที และจะมีแสงสนธยาเกิดขึ้นที่บริเวณขอบฟ้าโดยรอบ 360 องศา เมื่อเวลาผ่านไปไม่กี่นาที กลางคืนจะเปลี่ยนกลับมาเป็นกลางวันตามเดิมอีกครั้ง แล้วแสงสนธยาที่บริเวณขอบฟ้าก็จะหายไป

สำหรับที่ประเทศไทยครั้งนี้ เราจะมองเห็นเป็นสุริยุปราคาบางส่วน คือ ดวงอาทิตย์จะปรากฏเว้าแหว่งมากที่สุด ซึ่งเป็นส่วนที่ถูกดวงจันทร์บดบังไปบางส่วนนั่นเอง โดยกลางวันก็ยังคงสว่างอยู่แต่ความสว่างจะลดลง
เส้นทางและเวลาที่เกิดสุริยุปราคา แนวคราสของสุริยุปราคาครั้งนี้ จะพาดผ่านประเทศอินเดีย เนปาล บังคลาเทศ ภูฏาน จีน ญี่ปุ่น และมหาสมุทรแปซิฟิกใต้ ส่วนสุริยุปราคาบางส่วนเห็นได้เป็นบริเวณกว้างตามเส้นทางที่เงามัวของดวงจันทร์พาดผ่าน ได้แก่ เอเชียตะวันออก เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และมหาสมุทรแปซิฟิกตอนใต้ สำหรับสุริยุปราคาเต็มดวงครั้งนี้จะเต็มดวงนานที่ สุดในศตวรรษที่ 21 คือ 6 นาที 39 วินาที ที่บริเวณมหาสมุทรแปซิฟิกตอนใต้


สำหรับประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีน จะเกิดสุริยุปราคาแบบเต็มดวงโดยเต็มดวงนานที่สุด คือ 5 นาที 51 วินาที ณ เมืองเจียซิง ในเขตมณฑลเจ๋อเจียง ส่วนเมืองหรือมณฑลอื่นๆก็จะเห็นปรากฏการณ์สุริยุปราคาแตกต่างกัน และเวลาที่เกิดปรากฏการณ์ก็แตกต่างกัน โดยแนวการเกิดสุริยุปราคาจะพาดผ่านเมืองเล่อซาน ในเขตมณฑลเสฉวน ที่เวลาประมาณ 09.09 น.ตามเวลาท้องถิ่นของประเทศจีน และสิ้นสุดเหตุการณ์ที่เวลาประมาณ 09.41 น. ณ เมืองเซี่ยงไฮ้ ประเทศจีน





แผนที่ท้องฟ้าแสดงดาวเคราะห์และกลุ่มดาว


ที่ปรากฏขณะเกิดสุริยุปราคาเต็มดวง วันที่ 22 กรกฎาคม 2552 ประเทศจีน



วันอังคารที่ 21 กรกฎาคม พ.ศ. 2552

การเตรียมตัวก่อนสอบ

การสอบ ต้องเตรียมตัวให้พร้อมอยู่ตลอดเวลาโดยเฉพาะอย่างยิ่ง ที่ต้องเก็บตัวเงียบเพื่อหาความรู้เพิ่มเติมให้มากในการนำไปสอบแข่งขัน การที่จะทำข้อสอบให้ได้ผลเป็นที่น่าพอใจนั้น ต้องมีการวางแผนการศึกษาตั้งแต่เนิ่น ๆ ควรให้เวลากับการศึกษาอย่างถูกต้องและสม่ำเสมอ

1. การเตรียมความพร้อมก่อนวันสอบ ต้องให้ความสำคัญกับตารางสอบให้มาก ๆ เพราะตารางสอบจะบ่งบอกถึง วัน เวลา วิชาที่สอบ

2. ความพร้อม โดยก่อนออกจากบ้านไปยังสถานที่สอบ ให้ความสำคัญกับการแต่งกายหรือยัง การแต่งกายต้องสุภาพเรียบร้อย (ชุดนักเรียน) ถูกต้องตามระเบียบการแต่งกายของนักเรียนระดับ ม. ปลายหรือยัง ถ้ายังสำรวจตัวเองก่อนที่คณะกรรมการผู้คุมสอบจะไม่อนุญาตให้เข้าห้องสอบนะคะ

3. เมื่อเข้าห้องสอบนั่งนิ่ง ๆ ทำใจให้สบาย ฟังคำชี้แจงจากคณะกรรมการคุมสอบให้ละเอียด ไม่เข้าใจให้สอบถามทันที เขียนชื่อ - สกุล รหัส ในกระดาษคำตอบให้เรียบร้อยเสียก่อน เพราะถ้าลืม ต่อให้เก่งสักเท่าไร บวก ไสยศาสตร์ก็ช่วยอะไร ไม่ได้นะคะ

4. รวบรวมสติให้มั่น อ่านคำชี้แจงให้ชัดเจน และให้เข้าใจ พร้อมทั้งสำรวจว่าข้อสอบที่ได้มีจำนวนข้อ และจำนวนหน้าตรงตามคำชี้แจงที่ข้อสอบได้ระบุไว้หรือไม่ ถ้ามีปัญหาอะไรให้รีบแจ้งคณะกรรมการคุมสอบโดยเร็ว

5. น้องต้องวางแผนการใช้เวลาในการสอบทั้งหมด โดยคาดการณ์ว่าจะใช้เวลาในการทำข้อสอบข้อละกี่นาที จึงจะเสร็จ ควรควบคุมและใช้เวลาในการทำข้อสอบตามแผนที่วางไว้ เพราะเมื่อพบข้อที่ยาก อาจจะทำให้ทั้งเวลาและความรู้สึกของเราเสียไปได้

6. รีบจดสาระสำคัญ เช่น สูตร หรือข้อความที่ต้องใข้ในวิชานั้น ๆ ลงในกระดาษคำถามก่อนที่ความตื่นเต้นจะทำให้ลืมไปเสียก่อน

7. เลือกทำข้อสอบในส่วนของข้อที่ง่ายก่อน แล้วค่อยทำข้อสอบในส่วนที่ยากต่อไป เพื่อให้เกิดความรู้สึกที่ดีต่อตนเอง ในสถานการณ์ที่พบข้อที่ยากให้ทำเครื่องหมายและข้ามไปทำข้อถัดไปก่อนแล้วจึงย้อนกลับมาทำใหม่ ระวังข้อคำถามหรือต้องเลือกที่มีคำที่เป็นปฏิเสธ หรือปฏิเสธซ้อนปฏิเสธให้ใช้ความละเอียดรอบคอบในการพิจารณาความหมายที่ถูกต้อง เพราะจะทำให้เสียคะแนนได้

8. น้องควรใช้ความรู้ในการทำข้อสอบและไม่ต้องสนใจกับรูปแบบของข้อที่ตอบให้มากนัก เช่น ตอบข้อ ก แล้ว ข้อถัดไปไม่ควรจะเป็นข้อ ก อีก เป็นต้น ให้คำนึงถึงตัวเนื้อหาที่เป็นคำตอบที่ถูกต้องดีกว่า เพราะถ้ายึดติดกับตัวรูปแบบของการตอบแล้ว อาจทำให้พลาดจากคะแนนที่ต้องการได้ค่ะ

9. การตอบปกติแล้วคำตอบที่คิดไว้เป็นครั้งแรกมักจะเป็นคำตอบที่ถูก แต่ถ้าหากจะเปลี่ยนคำตอบ ควรเปลี่ยนเมื่อแน่ใจจริง ๆ ว่าที่ตอบมาแล้วตอบผิด แต่หากไม่แน่ใจให้คงคำตอบเดิมไว้นะคะ ความรู้ไม่เข้าใครออกใคร ความคิดครั้งแรกจะเป็นจะเป็นตัวช่วยเพิ่มคะแนนให้ได้คะ ถ้าเวลาในการทำข้อสอบเหลือพอที่จะทบทวนให้น้องย้อนกลับไปทบทวนเฉพาะข้อที่ยากและไม่เข้าใจ เพื่อให้ได้คำตอบที่ถูกต้อง และถ้าข้อสอบที่มีตัวเลือกเหลือให้ต้องเดาต้องเดาอย่างมีหลักการของความถูกต้องนะคะ เพราะไม่งั้นคะแนนอาจติดลบได้ค่ะ แต่บางคนมีเคล็ดลับการเดาที่ดี คือ การมีพื้นฐาน ความรู้และประสบการณ์ ก็อาจทำแต้มขึ้นมาได้ค่ะ

10. ข้อสอบที่นิยมนำมาทดสอบจะมีอยู่ด้วยกัน 2 แบบ คือ ข้อสอบแบบ ปรนัย และ ข้อสอบแบบอัตนัย ซึ่งบางคนอาจจะสับสนกับ คำว่า "ปรนัย" และ "อัตนัย" อยู่บ้าง "ปรนัย" คือ ข้อสอบที่มีคำถาม พร้อมตัวเลือกให้เลือกตอบ จำนวน 4 ตัวเลือก (ระดับมัธยมศึกษา) และ "อัตนัย" คือ ข้อสอบที่มีคำถาม เพียงอย่างเดียว แล้วให้หาคำตอบจากการแสดงวิธีทำ เพื่อให้ได้คำตอบที่ต้องการ ซึ่งโดยทั่ว ๆ ไปเนื้อหาของข้อสอบที่ใช้ จะวัดพฤติกรรมการเรียนรู้ ของผู้เรียนมากกว่า โดยใช้หลักการของนักจิตวิทยาการศึกษา 11. อย่าลืมตรวจสอบกระดาษคำตอบว่าได้ตอบทุกข้อคำถามและเลือกตอบเพียง 1 ตัวเลือกเท่านั้นก่อนส่งให้กรรมการคุมสอบด้วยนะคะ

12. หลังสอบเสร็จแล้วให้กลับไปทบทวนในข้อที่ยากหรือข้อที่ไม่แน่ใจทันที เพื่อเป็นการเรียนรู้จากข้อมูลที่ถูกต้องชัดเจนอีกครั้ง สำหรับในการสอบครั้งต่อไป

บางคน อาจจะเห็นความสำคัญของเนื้อหาในเรื่องนี้เป็นแค่เรื่องธรรมดา แต่อย่าประมาทนะคะ เพราะความประมาททำให้พลาดโอกาสมานักต่อนักแล้ว เตรียมตัวกันไว้แต่เนิ่น ๆ ดีที่สุดดด

"ความสำเร็จในทางการศึกษา มิได้มาเพราะโชคช่วย หรือด้วยคำพร่ำภาวนา แต่มาจากการไขว่คว้า พยายาม เอาจริงเอาจังและมีวินัย"


จำไว้ก่อนสอบ

1. นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ

2. ทบทวนเนื้อหาที่เรียนไปแล้ว

3. กินอาหารที่มีประโยชน์

วันอังคารที่ 16 มิถุนายน พ.ศ. 2552



“ 9 เทคนิค ฝึกสมองไบรท์ “


โดย วนิษา เรซ ผู้เชี่ยวชาญด้านอัจฉริยภาพจาก ม.ฮาร์วาร์ดผู้หญิงสมัยนี้ อยากสวย ฉลาด และสุขภาพดี ทุกคนจึงพากันดูแลรูปร่าง ด้วยการออกกำลังกาย เคร่งครัดเรื่องอา หารการกิน แต่ไม่เคยมีใครสนใจว่าจะดูแลสมองอย่างไรให้มีสุขภาพดี ทั้งที่สมองเป็นอวัยวะที่ตัดสินใจทุกเรื่องของชีวิต เราจึงควรเอกเซอร์ไซส์สมองให้ไบรท์ด้วยเทคนิคง่าย ๆ ต่อไปนี้



1. จิบน้ำบ่อย ๆ
สมองประกอบด้วยน้ำ 85 % เชลล์สมองก็เหมือนต้นไม้ที่ต้องการน้ำหล่อเลี้ยง ถ้าไม่มีน้ำ ต้นไม้ก็เหี่ยว ถ้าไม่อยากให้เชลล์สมองเหี่ยว ซึ่งส่งผลให้การส่งข้อมูลช้า กลายเป็นคนคิดช้าหรือคิดไม่ค่อยออก แต่ละวันจึงควรดื่มน้ำบ่อย ๆ




2. กินไขมันดี
คนไม่ค่อยรู้ว่าสมองคือก้อนไขมัน ซึ่งจำเป็นต้องมีไขมันดีไปทดแทนส่วนที่สึกหรอ แนะนำให้กินไขมันดีระหว่างวัน จำพวกน้ำมันปลา สารสกัดใบแปะก๊วย ปลาที่มีไขมันดีอย่าง ปลาแซลมอน นมถั่วเหลือง วิตามินรวม น้ำมันพริมโรสเป็นน้ำมันดี ที่ทำให้เชลล์ชุ่มน้ำ ส่วนวิตามินซีกินแล้วสดชื่น




3. นั่งสมาธิวันละ 12 นาที
หลังจากตื่นนอนแล้ว ให้ตั้งสติและนั่งสมาธิทุกเช้า วันละ 12 นาที เพื่อให้สมองเข้าสู่ช่วงที่มีคลื่น Theta ซึ่งเป็นคลื่นที่ผ่อนคลายสุด ๆ ทำให้สมองมี Mental Imagery สามารถจินตนาการเห็นภาพและมีความคิดสร้างสรรค์ ( ถ้าทำไม่ได้ตอนเช้า ) ให้หัดทำก่อนนอนทุกวัน




4. ใส่ความตั้งใจ
การตั้งใจในสิ่งใดก็ตาม เหมือนการโปรแกรมสมองว่านี่คือสิ่งที่ต้องเกิด ระหว่างวันสมองจะปรับพฤติกรรมเราให้ไปสู่เป้าหมายนั้น ทำให้ประสบความสำเร็จในสิ่งต่าง ๆ เพราะสมองไม่แยกระหว่างสิ่งที่ทำจริงกับสิ่งที่คิดขึ้น ทั้งสองอย่างจึงเป็นเสมือนสิ่งเดียวกัน




5. หัวเราะและยิ้มบ่อย ๆ
ทุกครั้งที่ยิ้มหรือหัวเราะ จะมีสารเอ็นโดรฟิน ซึ่งเป็นสารแห่งความสุข หลั่งออกมาเท่ากับเป็นการกระตุ้นให้มีความอยากรักและหวังดีต่อคนอื่นไปเรื่อยๆ




6. เรียนรู้สิ่งใหม่ทุกวัน
สิ่งใหม่ในที่นี้หมายถึง สิ่งต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในชีวิตประจำวัน เช่น กินอาหารร้านใหม่ ๆ รู้จักเพื่อนใหม่ อ่านหนังสือเล่มใหม่ คุยกับเพื่อนร่วมงานและเรียนรู้วิธีการทำงานของเขา เป็นต้น เพราะการเรียนรู้สิ่งใหม่ทำให้สมองหลั่งสารเอ็นโดรฟิน และโดปามีน ซึ่งเป็นสารแห่งการเรียนรู้ กระตุ้นให้อยากเรียนรู้และสร้างสรรค์ ไปเรื่อย ๆ เมื่อมีความสุขก็ทำให้มีความคิดสร้างสรรค์




7. ให้อภัยตัวเองทุกวัน
ขณะที่การไม่ให้อภัยตัวเอง โกรธคนอื่น โกรธตัวเอง ทำให้เปลืองพลังงานสมอง การให้อภัยตัวเอง เป็นการลดภาระของสมอง





8. เขียนบันทึก Graceful Journal
ฝึกเขียนขอบคุณสิ่งดี ๆ ที่เกิดขึ้นแต่ละวันลงในสมุดบันทึก เช่น ขอบคุณที่มีครอบครัวที่ดี ขอบคุณที่มีสุขภาพที่ดี ขอบคุณที่มีอาชีพที่ทำให้มีความสุข เป็นต้น เพราะการเขียนเรื่องดี ๆ ทำให้สมองคิดเชิงบวก พร้อมกับหลั่งสารเคมีที่ดีออกมา ช่วยให้หลับฝันดี ตื่นมาทำสมาธิได้ง่าย มีความคิดสร้างสรรค์




9. ฝึกหายใจลึก ๆ
สมองใช้ออกชิเจน 20 25 % ของออกชิเจนที่เข้าสู่ร่างกาย การฝึกหายใจเข้าลึก ๆ จึงเป็นการส่งพลังงานที่ดีไปยังสมอง ควรนั่งหลังตรงเพื่อให้ออกชิเจนเข้าสู่ร่างกายได้มากขึ้น ถ้านั่งทำงานนาน ๆ อาจหาเวลายืนหรือเดินยึดเส้นยืดสายเพื่อให้ปอดขยายใหญ่ สามารถหายใจเอาออกชิเจนเข้าปอดได้เพิ่มขึ้นอีก 20 % การมีสมองที่ดีก็เหมือนทักษะทุกอย่างในโลกที่เรียนรู้ได้ แต่จะเก่งหรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับการฝึกฝน ถ้าเราดูแลและฝึกฝนสมองให้ดี คุณภาพชีวิตก็จะดีตาม

วันอังคารที่ 9 มิถุนายน พ.ศ. 2552




ในชีวิตของคนเราถือว่า บิดามารดา เป็นผู้มีพระคุณอันสูงสุด เพราะท่านเป็นผู้ให้ชีวิต ให้ความรัก ให้ความเมตตา มีความห่วงใย และเสียสละเพื่อลูก นอกจาก บิดามารดา แล้ว ก็มีครูเป็นผู้มีพระคุณคล้าย บิดามารดา คือ เป็นผู้อบรมสั่งสอนถ่ายทอดวิชาความรู้ให้ รวมทั้งให้ความรัก ความเมตตาต่อศิษย์ทุกคน นับได้ว่าครูเป็นผู้เสียสละที่ไม่แพ้บุพการี

ครูจึงนับเป็นปูชนียบุคคลที่มีความสำคัญอย่างมาก ในการให้การศึกษาเรียนรู้ ทั้งในด้านวิชาการ และประสบการณ์ ตลอดเป็นผู้มีความเสียสละ ดูแลเอาใจใส่ สั่งสอนอบรมให้เด็กได้พบกับแสงสว่างแห่งปัญญา อันเป็นหนทางแห่งการประกอบอาชีพเลี้ยงดูตนเอง รวมทั้งนำพาสังคมประเทศชาติ ก้าวไปสู่ความเจริญรุ่งเรือง ฉะนั้นวันที่ 6 ตุลาคม จึงได้เป็นวันครูสากล เพื่อคนที่เป็นครูทั่วโลกที่เสียสละนำพาเราทุก ๆคน ไปถึงฝั่งฝันนั่นเอง...




หญ้าแพรก สื่อถึง ขอให้เรียนได้เร็วเหมือนหญ้าแพรก ที่โตได้เร็วและทนต่อสภาพดินฟ้า อากาศ ทนต่อการเหยียบย่ำ ซึ่งเปรียบเสมือน คำดุด่าของครูบาอาจารย์






ดอกเข็ม สื่อถึง ขอให้มีสติปัญญาเฉียบแหลม เหมือนชื่อของดอกเข็ม





ดอกมะเขือ สื่อถึง การเปรียบเทียบว่า มะเขือนั้น จะคว่ำดอกลงเสมอเมื่อจะออกลูก แสดงถึง นักเรียนที่จะเรียนให้ได้ผลดีนั้นต้องรู้จักอ่อนน้อม ถ่อมตน เป็นคนสุภาพเรียบร้อย เหมือนมะเขือที่โน้มลง




" คำสอนครู "

เปลวเทียน ส่องประทีป

ชี้เส้นทางแสงสว่าง อันเรืองงาม


ส่องให้เห็นสิ่งที่ถูก และสิ่งผิด
มองให้เป็น แสงที่เห็นใช่อื่นใด

คำสอนครูแม้นถูกเปรียบ เรือจ้าง
ล่องสายธารก็มิเคย ท้อต่อกาล
มุ่งเคี่ยวเข็ญพายเรือจ้าง ล่องเรื่อยไป

ตามที่เป็นขอเพียงเห็น เหล่าลูกศิษย์ ถึงฝั่งไกล


***ดลอำนาจ สิ่งศักดิ์สิทธิ ***
เหล่าทวยเทพรวมเป็นเอก
ประทานพรอันผ่องใสขอให้ครู สุขเลิศล้ำ
ขออวยชัยไร้โรคภัยขอคุณครู สุขนิรันดร์

วันอาทิตย์ที่ 31 พฤษภาคม พ.ศ. 2552


ครัวซอง (ฝรั่งเศส: croissant) คือขนมอบชนิดหนึ่งที่กรอบ ชุ่มเนย และโดยทั่วไปจะมีลักษณะโค้งอันเป็นที่มาของชื่อ "croissant" ซึ่งในภาษาฝรั่งเศสหมายถึง "จันทร์เสี้ยว" บางทีก็ถูกเรียกว่า crescent roll (โรลจันทร์เสี้ยว)การทำครัวซองค์จะต้องใช้แป้งพายชั้น (puff pastry - พัฟ เพสทรี่) ที่ผสมยีสต์ นำมารีดให้เป็นแผ่น วางชั้นของเนยลงไป พับและรีดให้เป็นแผ่นซ้ำไปมา ตัดเป็นแผ่นสามเหลี่ยม นำไปม้วนจากด้านกว้างไปด้านแหลม บิดปลายให้โค้งเข้าหากัน อบโดยใช้ไฟแรงให้เนยที่แทรกอยู่เป็นชั้นดันแป้งให้ฟูก่อน จึงค่อยลดไฟลงไม่ให้ไหม้ การทำครัวซองเป็นเรื่องที่ต้องใช้ทักษะและความอดทน ครั้งหนึ่งอาจจะใช้เวลาหลายวัน
























หรืออีกความหมายหนึ่ง ครัวซอง (ฝรั่งเศส: croissant) คือขนมอบชนิดหนึ่งที่กรอบ ชุ่มเนย และโดยทั่วไปจะมีลักษณะโค้งอันเป็นที่มาของชื่อ "croissant" ซึ่งในภาษาฝรั่งเศสหมายถึง "จันทร์เสี้ยว" บางทีก็ถูกเรียกว่า crescent roll (โรลจันทร์เสี้ยว)
การทำครัวซองค์จะต้องใช้แป้งพายชั้น (puff pastry - พัฟ เพสทรี่) ที่ผสมยีสต์ นำมารีดให้เป็นแผ่น วางชั้นของเนยลงไป พับและรีดให้เป็นแผ่นซ้ำไปมา ตัดเป็นแผ่นสามเหลี่ยม นำไปม้วนจากด้านกว้างไปด้านแหลม บิดปลายให้โค้งเข้าหากัน อบโดยใช้ไฟแรงให้เนยที่แทรกอยู่เป็นชั้นดันแป้งให้ฟูก่อน จึงค่อยลดไฟลงไม่ให้ไหม้



สูตรทำขนม ครัวซอง ( Croissants )
บอกเพื่อนด้วย Link:
หมวด: อาหารการกิน, ขนม, สูตรอาหาร
เอาวิธีทำ ครัวซองมาฝากส่วนผสม 1
เนยหรือมาการีน 1 ถ้วย, แป้งสาลี 1/2 ถ้วย
ส่วนผสม 2
แป้งสาลี 3 3/4 - 4 ถ้วย, เนยหรือมาการีน 1/2 ถ้วย, นมสด 3/4 ถ้วย, ไข่แดง 1 ฟอง, น้ำตาล 1/4 ถ้วย, เกลือ 1/2 - 1 ช้อนชา, ยีสต์ผง 2 ช้อนโต๊ะ
ส่วนผสม 3
ไข่ขาว 1ช้อนโต๊ะ (หรือที่แยกจากไข่ 1 ฟอง), นมสด 1ช้อนโต๊ะ





วิธีทำ
คนเนย 1 ถ้วย กับแป้ง 1/2 ถ้วยให้เข้ากัน ตักใส่กระดาษแก้วห่อคลึงให้เป็นแผ่นยาว 12 นิ้ว กว้าง 6 นิ้ว แช่เย็น 1 ชั่วโมง
ผสมนม น้ำตาล เกลือ เนย ที่เหลือ 1/2 ถ้วยตั้งไฟพอน้ำตาลละลายทิ้งให้อุ่น ใส่แป้ง 1/2 ถ้วย ใส่ยีสต์คนให้เข้ากัน ใส่ไข่คนให้เข้ากัน แล้วจึงค่อยๆ ใส่แป้งที่เหลือคนให้เข้ากัน นวดประมาณ 15 นาที
คลึงให้แป้งเป็นรูปสี่เหลี่ยม 14 x 14 นิ้ว นำเนยที่แช่เย็น วางบนแผ่นแป้ง เพียงครึ่งหนึ่งของแผ่นแป้ง ปิดขอบให้แน่นโดยวิธีบีบแป้งเบาๆ
คลึงให้กว้าง 12 นิ้ว ยาว 21 นิ้ว พับ 3 ส่วน คลึงให้กว้าง 12 นิ้ว ยาว 21 นิ้วเท่าเดิม (ถ้าคลึงแล้วเนยเหลวไหลออกมาให้แช่เย็นก่อนคลึง)
คลึงให้กว้าง 12 นิ้ว ยาว 21 นิ้วอีกครั้ง แล้วพับ 3 ส่วนให้เหลือ 12 x 7 แช่เย็น 45 นาที (ต่อให้สนิทก่อนแช่) ตัดแป้งเป็น 4 ส่วน แล้วคลึงแป้งแต่ละส่วนให้ได้ 20 x 7 นิ้ว
ตัดแต่ละอันให้ได้ 10 ชิ้น จะได้รูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า ยาว 7 นิ้ว กว้าง 2 นิ้ว แล้วจึงตัดทะแยงจะได้สามเหลี่ยมชายธงสูง 7 นิ้ว ฐานกว้าง 2 นิ้ว
ม้วนจากฐานขึ้นมาหาชาย วางในถาดไม่ต้องทาไขมัน โค้งฐานให้เป็นรุปพระจันทร์ครึ่งเสี้ยว วางทิ้งให้ขึ้น 20 นาที ทาด้วยไข่ขาวที่ผสมนม 1 ช้อนโต๊ะ อบไฟ 375 องศาฟาเรนไฮต์ ประมาณ 12 - 15 นาที เมื่อสุกเอาออกจากเตาวางบนตะแกรง เสริฟอุ่นๆ กับชา กาแฟ
ลองทำกินดูนะคะ :)


-------------------------------------------------------------------------------------