วันอังคารที่ 16 มิถุนายน พ.ศ. 2552



“ 9 เทคนิค ฝึกสมองไบรท์ “


โดย วนิษา เรซ ผู้เชี่ยวชาญด้านอัจฉริยภาพจาก ม.ฮาร์วาร์ดผู้หญิงสมัยนี้ อยากสวย ฉลาด และสุขภาพดี ทุกคนจึงพากันดูแลรูปร่าง ด้วยการออกกำลังกาย เคร่งครัดเรื่องอา หารการกิน แต่ไม่เคยมีใครสนใจว่าจะดูแลสมองอย่างไรให้มีสุขภาพดี ทั้งที่สมองเป็นอวัยวะที่ตัดสินใจทุกเรื่องของชีวิต เราจึงควรเอกเซอร์ไซส์สมองให้ไบรท์ด้วยเทคนิคง่าย ๆ ต่อไปนี้



1. จิบน้ำบ่อย ๆ
สมองประกอบด้วยน้ำ 85 % เชลล์สมองก็เหมือนต้นไม้ที่ต้องการน้ำหล่อเลี้ยง ถ้าไม่มีน้ำ ต้นไม้ก็เหี่ยว ถ้าไม่อยากให้เชลล์สมองเหี่ยว ซึ่งส่งผลให้การส่งข้อมูลช้า กลายเป็นคนคิดช้าหรือคิดไม่ค่อยออก แต่ละวันจึงควรดื่มน้ำบ่อย ๆ




2. กินไขมันดี
คนไม่ค่อยรู้ว่าสมองคือก้อนไขมัน ซึ่งจำเป็นต้องมีไขมันดีไปทดแทนส่วนที่สึกหรอ แนะนำให้กินไขมันดีระหว่างวัน จำพวกน้ำมันปลา สารสกัดใบแปะก๊วย ปลาที่มีไขมันดีอย่าง ปลาแซลมอน นมถั่วเหลือง วิตามินรวม น้ำมันพริมโรสเป็นน้ำมันดี ที่ทำให้เชลล์ชุ่มน้ำ ส่วนวิตามินซีกินแล้วสดชื่น




3. นั่งสมาธิวันละ 12 นาที
หลังจากตื่นนอนแล้ว ให้ตั้งสติและนั่งสมาธิทุกเช้า วันละ 12 นาที เพื่อให้สมองเข้าสู่ช่วงที่มีคลื่น Theta ซึ่งเป็นคลื่นที่ผ่อนคลายสุด ๆ ทำให้สมองมี Mental Imagery สามารถจินตนาการเห็นภาพและมีความคิดสร้างสรรค์ ( ถ้าทำไม่ได้ตอนเช้า ) ให้หัดทำก่อนนอนทุกวัน




4. ใส่ความตั้งใจ
การตั้งใจในสิ่งใดก็ตาม เหมือนการโปรแกรมสมองว่านี่คือสิ่งที่ต้องเกิด ระหว่างวันสมองจะปรับพฤติกรรมเราให้ไปสู่เป้าหมายนั้น ทำให้ประสบความสำเร็จในสิ่งต่าง ๆ เพราะสมองไม่แยกระหว่างสิ่งที่ทำจริงกับสิ่งที่คิดขึ้น ทั้งสองอย่างจึงเป็นเสมือนสิ่งเดียวกัน




5. หัวเราะและยิ้มบ่อย ๆ
ทุกครั้งที่ยิ้มหรือหัวเราะ จะมีสารเอ็นโดรฟิน ซึ่งเป็นสารแห่งความสุข หลั่งออกมาเท่ากับเป็นการกระตุ้นให้มีความอยากรักและหวังดีต่อคนอื่นไปเรื่อยๆ




6. เรียนรู้สิ่งใหม่ทุกวัน
สิ่งใหม่ในที่นี้หมายถึง สิ่งต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในชีวิตประจำวัน เช่น กินอาหารร้านใหม่ ๆ รู้จักเพื่อนใหม่ อ่านหนังสือเล่มใหม่ คุยกับเพื่อนร่วมงานและเรียนรู้วิธีการทำงานของเขา เป็นต้น เพราะการเรียนรู้สิ่งใหม่ทำให้สมองหลั่งสารเอ็นโดรฟิน และโดปามีน ซึ่งเป็นสารแห่งการเรียนรู้ กระตุ้นให้อยากเรียนรู้และสร้างสรรค์ ไปเรื่อย ๆ เมื่อมีความสุขก็ทำให้มีความคิดสร้างสรรค์




7. ให้อภัยตัวเองทุกวัน
ขณะที่การไม่ให้อภัยตัวเอง โกรธคนอื่น โกรธตัวเอง ทำให้เปลืองพลังงานสมอง การให้อภัยตัวเอง เป็นการลดภาระของสมอง





8. เขียนบันทึก Graceful Journal
ฝึกเขียนขอบคุณสิ่งดี ๆ ที่เกิดขึ้นแต่ละวันลงในสมุดบันทึก เช่น ขอบคุณที่มีครอบครัวที่ดี ขอบคุณที่มีสุขภาพที่ดี ขอบคุณที่มีอาชีพที่ทำให้มีความสุข เป็นต้น เพราะการเขียนเรื่องดี ๆ ทำให้สมองคิดเชิงบวก พร้อมกับหลั่งสารเคมีที่ดีออกมา ช่วยให้หลับฝันดี ตื่นมาทำสมาธิได้ง่าย มีความคิดสร้างสรรค์




9. ฝึกหายใจลึก ๆ
สมองใช้ออกชิเจน 20 25 % ของออกชิเจนที่เข้าสู่ร่างกาย การฝึกหายใจเข้าลึก ๆ จึงเป็นการส่งพลังงานที่ดีไปยังสมอง ควรนั่งหลังตรงเพื่อให้ออกชิเจนเข้าสู่ร่างกายได้มากขึ้น ถ้านั่งทำงานนาน ๆ อาจหาเวลายืนหรือเดินยึดเส้นยืดสายเพื่อให้ปอดขยายใหญ่ สามารถหายใจเอาออกชิเจนเข้าปอดได้เพิ่มขึ้นอีก 20 % การมีสมองที่ดีก็เหมือนทักษะทุกอย่างในโลกที่เรียนรู้ได้ แต่จะเก่งหรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับการฝึกฝน ถ้าเราดูแลและฝึกฝนสมองให้ดี คุณภาพชีวิตก็จะดีตาม

วันอังคารที่ 9 มิถุนายน พ.ศ. 2552




ในชีวิตของคนเราถือว่า บิดามารดา เป็นผู้มีพระคุณอันสูงสุด เพราะท่านเป็นผู้ให้ชีวิต ให้ความรัก ให้ความเมตตา มีความห่วงใย และเสียสละเพื่อลูก นอกจาก บิดามารดา แล้ว ก็มีครูเป็นผู้มีพระคุณคล้าย บิดามารดา คือ เป็นผู้อบรมสั่งสอนถ่ายทอดวิชาความรู้ให้ รวมทั้งให้ความรัก ความเมตตาต่อศิษย์ทุกคน นับได้ว่าครูเป็นผู้เสียสละที่ไม่แพ้บุพการี

ครูจึงนับเป็นปูชนียบุคคลที่มีความสำคัญอย่างมาก ในการให้การศึกษาเรียนรู้ ทั้งในด้านวิชาการ และประสบการณ์ ตลอดเป็นผู้มีความเสียสละ ดูแลเอาใจใส่ สั่งสอนอบรมให้เด็กได้พบกับแสงสว่างแห่งปัญญา อันเป็นหนทางแห่งการประกอบอาชีพเลี้ยงดูตนเอง รวมทั้งนำพาสังคมประเทศชาติ ก้าวไปสู่ความเจริญรุ่งเรือง ฉะนั้นวันที่ 6 ตุลาคม จึงได้เป็นวันครูสากล เพื่อคนที่เป็นครูทั่วโลกที่เสียสละนำพาเราทุก ๆคน ไปถึงฝั่งฝันนั่นเอง...




หญ้าแพรก สื่อถึง ขอให้เรียนได้เร็วเหมือนหญ้าแพรก ที่โตได้เร็วและทนต่อสภาพดินฟ้า อากาศ ทนต่อการเหยียบย่ำ ซึ่งเปรียบเสมือน คำดุด่าของครูบาอาจารย์






ดอกเข็ม สื่อถึง ขอให้มีสติปัญญาเฉียบแหลม เหมือนชื่อของดอกเข็ม





ดอกมะเขือ สื่อถึง การเปรียบเทียบว่า มะเขือนั้น จะคว่ำดอกลงเสมอเมื่อจะออกลูก แสดงถึง นักเรียนที่จะเรียนให้ได้ผลดีนั้นต้องรู้จักอ่อนน้อม ถ่อมตน เป็นคนสุภาพเรียบร้อย เหมือนมะเขือที่โน้มลง




" คำสอนครู "

เปลวเทียน ส่องประทีป

ชี้เส้นทางแสงสว่าง อันเรืองงาม


ส่องให้เห็นสิ่งที่ถูก และสิ่งผิด
มองให้เป็น แสงที่เห็นใช่อื่นใด

คำสอนครูแม้นถูกเปรียบ เรือจ้าง
ล่องสายธารก็มิเคย ท้อต่อกาล
มุ่งเคี่ยวเข็ญพายเรือจ้าง ล่องเรื่อยไป

ตามที่เป็นขอเพียงเห็น เหล่าลูกศิษย์ ถึงฝั่งไกล


***ดลอำนาจ สิ่งศักดิ์สิทธิ ***
เหล่าทวยเทพรวมเป็นเอก
ประทานพรอันผ่องใสขอให้ครู สุขเลิศล้ำ
ขออวยชัยไร้โรคภัยขอคุณครู สุขนิรันดร์

วันอาทิตย์ที่ 31 พฤษภาคม พ.ศ. 2552


ครัวซอง (ฝรั่งเศส: croissant) คือขนมอบชนิดหนึ่งที่กรอบ ชุ่มเนย และโดยทั่วไปจะมีลักษณะโค้งอันเป็นที่มาของชื่อ "croissant" ซึ่งในภาษาฝรั่งเศสหมายถึง "จันทร์เสี้ยว" บางทีก็ถูกเรียกว่า crescent roll (โรลจันทร์เสี้ยว)การทำครัวซองค์จะต้องใช้แป้งพายชั้น (puff pastry - พัฟ เพสทรี่) ที่ผสมยีสต์ นำมารีดให้เป็นแผ่น วางชั้นของเนยลงไป พับและรีดให้เป็นแผ่นซ้ำไปมา ตัดเป็นแผ่นสามเหลี่ยม นำไปม้วนจากด้านกว้างไปด้านแหลม บิดปลายให้โค้งเข้าหากัน อบโดยใช้ไฟแรงให้เนยที่แทรกอยู่เป็นชั้นดันแป้งให้ฟูก่อน จึงค่อยลดไฟลงไม่ให้ไหม้ การทำครัวซองเป็นเรื่องที่ต้องใช้ทักษะและความอดทน ครั้งหนึ่งอาจจะใช้เวลาหลายวัน
























หรืออีกความหมายหนึ่ง ครัวซอง (ฝรั่งเศส: croissant) คือขนมอบชนิดหนึ่งที่กรอบ ชุ่มเนย และโดยทั่วไปจะมีลักษณะโค้งอันเป็นที่มาของชื่อ "croissant" ซึ่งในภาษาฝรั่งเศสหมายถึง "จันทร์เสี้ยว" บางทีก็ถูกเรียกว่า crescent roll (โรลจันทร์เสี้ยว)
การทำครัวซองค์จะต้องใช้แป้งพายชั้น (puff pastry - พัฟ เพสทรี่) ที่ผสมยีสต์ นำมารีดให้เป็นแผ่น วางชั้นของเนยลงไป พับและรีดให้เป็นแผ่นซ้ำไปมา ตัดเป็นแผ่นสามเหลี่ยม นำไปม้วนจากด้านกว้างไปด้านแหลม บิดปลายให้โค้งเข้าหากัน อบโดยใช้ไฟแรงให้เนยที่แทรกอยู่เป็นชั้นดันแป้งให้ฟูก่อน จึงค่อยลดไฟลงไม่ให้ไหม้



สูตรทำขนม ครัวซอง ( Croissants )
บอกเพื่อนด้วย Link:
หมวด: อาหารการกิน, ขนม, สูตรอาหาร
เอาวิธีทำ ครัวซองมาฝากส่วนผสม 1
เนยหรือมาการีน 1 ถ้วย, แป้งสาลี 1/2 ถ้วย
ส่วนผสม 2
แป้งสาลี 3 3/4 - 4 ถ้วย, เนยหรือมาการีน 1/2 ถ้วย, นมสด 3/4 ถ้วย, ไข่แดง 1 ฟอง, น้ำตาล 1/4 ถ้วย, เกลือ 1/2 - 1 ช้อนชา, ยีสต์ผง 2 ช้อนโต๊ะ
ส่วนผสม 3
ไข่ขาว 1ช้อนโต๊ะ (หรือที่แยกจากไข่ 1 ฟอง), นมสด 1ช้อนโต๊ะ





วิธีทำ
คนเนย 1 ถ้วย กับแป้ง 1/2 ถ้วยให้เข้ากัน ตักใส่กระดาษแก้วห่อคลึงให้เป็นแผ่นยาว 12 นิ้ว กว้าง 6 นิ้ว แช่เย็น 1 ชั่วโมง
ผสมนม น้ำตาล เกลือ เนย ที่เหลือ 1/2 ถ้วยตั้งไฟพอน้ำตาลละลายทิ้งให้อุ่น ใส่แป้ง 1/2 ถ้วย ใส่ยีสต์คนให้เข้ากัน ใส่ไข่คนให้เข้ากัน แล้วจึงค่อยๆ ใส่แป้งที่เหลือคนให้เข้ากัน นวดประมาณ 15 นาที
คลึงให้แป้งเป็นรูปสี่เหลี่ยม 14 x 14 นิ้ว นำเนยที่แช่เย็น วางบนแผ่นแป้ง เพียงครึ่งหนึ่งของแผ่นแป้ง ปิดขอบให้แน่นโดยวิธีบีบแป้งเบาๆ
คลึงให้กว้าง 12 นิ้ว ยาว 21 นิ้ว พับ 3 ส่วน คลึงให้กว้าง 12 นิ้ว ยาว 21 นิ้วเท่าเดิม (ถ้าคลึงแล้วเนยเหลวไหลออกมาให้แช่เย็นก่อนคลึง)
คลึงให้กว้าง 12 นิ้ว ยาว 21 นิ้วอีกครั้ง แล้วพับ 3 ส่วนให้เหลือ 12 x 7 แช่เย็น 45 นาที (ต่อให้สนิทก่อนแช่) ตัดแป้งเป็น 4 ส่วน แล้วคลึงแป้งแต่ละส่วนให้ได้ 20 x 7 นิ้ว
ตัดแต่ละอันให้ได้ 10 ชิ้น จะได้รูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า ยาว 7 นิ้ว กว้าง 2 นิ้ว แล้วจึงตัดทะแยงจะได้สามเหลี่ยมชายธงสูง 7 นิ้ว ฐานกว้าง 2 นิ้ว
ม้วนจากฐานขึ้นมาหาชาย วางในถาดไม่ต้องทาไขมัน โค้งฐานให้เป็นรุปพระจันทร์ครึ่งเสี้ยว วางทิ้งให้ขึ้น 20 นาที ทาด้วยไข่ขาวที่ผสมนม 1 ช้อนโต๊ะ อบไฟ 375 องศาฟาเรนไฮต์ ประมาณ 12 - 15 นาที เมื่อสุกเอาออกจากเตาวางบนตะแกรง เสริฟอุ่นๆ กับชา กาแฟ
ลองทำกินดูนะคะ :)


-------------------------------------------------------------------------------------